![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
![]() |
|||||||||||
![]() |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
|
1 Litre of Tears คิโตะ อายะวัย 15 ปีกันครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น ชีวิตที่สดใสกำลังรอเธอก้าวเดินไปและเป็นช่วงสอบคัดเลือก เรียนต่อชั้นมัธยมปลาย แต่เธอเริ่มปรากฎอาการป่วยด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษา จะมีอาการผิดปกติที่แกนสมอง ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมร่างกาย กล้ามเนื้อ รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ได้อย่างต้องการ และมีผลให้เสียชีวิตในที่สุด ซึ่งสร้างจากเค้าเรื่องจริง หมอให้เธอเขียนเหตุการณ์ที่ผิดปกติในแต่ละวัน เป็นบันทึก แล้วทุกอาทิตย์หมอจะอ่าน เพื่อศึกษาและดูแล การเปลี่ยนแปลง แม้อายะรู้ตัวว่าป่วย เธอก็ไม่เคยคิดยอมแพ้กลับทำทุกอย่างที่ทำได้อย่างเต็ม ความสามารถ อายะบันทึกมุมมองของชีวิต ประสปการณ์ และสิ่งต่างๆลงในไดอารี่ของเธอจนถึงช่วงสุดท้ายที่ ไม่สามารถหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบันทึกได้ จากนั้นบันทึกประจำวันของเธอจึงถูกนำมาตีแผ่ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้มีกำลังใจต่อสู้ต่อไป เป็นซีรี่ย์เรื่องเศร้าที่ไม่หดหู่อย่างที่คิด กลับทำให้เห็นถึงความสำคัญของการ มีชีวิต และคุณค่าเวลาของวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป |
||||||||||||